“คนไม่ยอมคน” เสกสรร อ.ขวัญเมือง จอมบู๊พลังแกร่ง วัย 36 ปี จากนครศรีธรรมราช เดินหน้าลุยตามล่าชัย 4 ไฟต์ติดในการชก ONE (ใหญ่) โดยต้องปะทะเดือดกับ “เอซา เทน พาว” มวยดุดัน วัย 35 ปี จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กติกามวยไทย 142 ป. ในศึก ONE Fight Night 30: โรมัน vs ลินดอน ซึ่งพร้อมมอบความสนุกไปยังแฟนกีฬาการต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 07:00 น. วันเสาร์ที่ 5 เม.ย.นี้

ตลอดกว่า 2 ปี ที่ผ่านมา “เสกสรร” รักษามาตรฐานการชกในรายการของ ONE ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บชัยชนะได้ถึง 10 ครั้ง จาก 11 ไฟต์ที่ลงแข่งขัน พร้อมกับคว้าโบนัสไปแล้วถึง 6 ครั้ง รวมเป็นเงินก้อนโตถึง 5,150,000 บาท (ห้าล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท) แบบไม่รวมค่าตัว ประกอบกับสไตล์การต่อสู้อันดุเดือดไม่เคยคิดยอมแพ้ง่าย ๆ ทำให้เขาสร้างชื่อเสียงขึ้นมายืนอยู่ระดับโลกได้แบบเต็มภาคภูมิ
ผลงานล่าสุด “เสกสรร” เปิดหัวปี 2568 ได้อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง ด้วยการไล่ทุบชนะคะแนนเอกฉันท์ “ซอ ลิน อู” มวยแกร่งชาวกะเหรี่ยง วัย 33 ปี จากเมียนมา ในศึก ONE 170 เมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา
เรียกได้ว่านับตั้งแต่คว้าสัญญานักกีฬา ONE มาครองเมื่อเดือน ส.ค.66 กราฟชีวิตของ “เสกสรร” ก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถต่อยอดความสำเร็จเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักชกรุ่นหลังทั้งในและนอกสังเวียน
“นับตั้งแต่ได้เข้ามาชกใน ONE (ใหญ่) ผมได้ประสบการณ์หลายอย่างที่แตกต่างจากตอนชก ONE ลุมพินี ถือเป็นการยกระดับการชกของตัวเองขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ส่วนสิ่งที่ผมยังอยากแก้ไขปรับปรุงทำให้ดีขึ้นมากที่สุดในการชก ONE คือเรื่องของการป้องกันตัว ผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำในส่วนนี้ได้ไม่ค่อยดีมากนัก”
ตอนนี้ “เสกสรร” พร้อมแล้วที่จะไล่ล่าชัยชนะครั้งที่ 11 มาครองให้ได้ โดยหลังจากเดินทางไปทำภารกิจสัมมนามวยไทยที่ประเทศออสเตรเลียเสร็จลุล่วง เจ้าตัวก็กลับมาฟิตซ้อมทำร่างกายพร้อมดวลกับทาง “เอซา” ต่อทันที
“ไฟต์นี้ผมได้ไปฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายมวย ส.เสกสรร ของตัวเองแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก โดยมีทั้งน้องชาย ขุนพลน้อย ส.สมหมาย และ เพชรนาเคียน ศ.นาเคียน ร่วมฝึกซ้อมอยู่ด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากตอนซ้อมที่บ้านคนเดียวอยู่พอสมควร เพราะทำให้ผมได้ฝึกเยอะมากขึ้นและมีความจริงจังมากกว่าเดิม มีคู่ปล้ำที่คอยช่วยเหลือกันอยู่ตลอดครับ”
กลับมารอบนี้ “เสกสรร” ยังคงปักหลักต่อสู้ในรุ่น 142 ป. อีกครั้ง ส่วนทาง “เอซา” ที่เคยปราบน็อกอีกหนึ่งนักชกไทยอย่าง “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” อันดับ 5 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) คนปัจจุบัน มาแล้ว ในศึก ONE Fight Night 14 เมื่อ 30 ก.ย.66 จะยอมลดน้ำหนักจากเดิมที่ชกในรุ่นแบนตัมเวตลงมาเจอกันครึ่งทาง เพื่อปะทะกับนักชกขวัญใจชาวไทย
“เอซา เป็นนักมวยที่มีอาวุธหนักพอตัว ผมต้องป้องกันตัวดี ๆ และชกแบบรัดกุมให้มากที่สุด คู่ชกที่ทางรายการจัดมาให้ผมได้เจอไม่เคยเป็นงานง่าย มีความแข็งแกร่งทุกคน โดยเฉพาะอาวุธหมัดของเขาที่ผมต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะการต่อสู้ด้วยนวมเล็กใครเผลอพลาดโดนก่อนก็มีสิทธิ์ร่วงหล่นได้เหมือนกันครับ”
“จุดได้เปรียบสำคัญของผมในการเจอกับ เอซา ครั้งนี้ คือได้ชกในประเทศไทย มีแฟนมวยในสนามคอยส่งเสียงเรียกชื่อ ‘เสกสรร เสกสรร เสกสรร’ ได้ยินแบบนี้เมื่อไหร่ ผมยิ่งมีแรงฮึดในการชกเพิ่มมากขึ้นทุกที รวมถึงเรื่องของประสบการณ์ที่มีมากกว่า ทำให้การออกอาวุธมวยไทยของผมน่าจะทำได้ดีกว่าเขาครับ”

“ผมพร้อมใช้แผนสู้แบบเดิมที่เคยทำมาตลอด คือการขยับเดินเข้าหาคู่ชกและออกอาวุธไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสไตล์การชกที่เข้าทางและเหมาะสมกับผมมากที่สุดแล้ว ผมเชื่อมั่นเสมอว่าตัวเองเป็นนักมวยที่อึดทน พร้อมพุ่งชนคู่ต่อสู้อยู่เสมอ มันเป็นจุดขายของผม ยังไงก็ต้องสู้แลกอาวุธหนักกับ เอซา เต็มที่เหมือนเดิม”
“ไฟต์นี้ถ้าผมเก็บชัยชนะได้จะเป็นการเอาชนะ 4 ครั้งติดต่อกันใน วัน แชมเปียนชิพ ตอนนี้ผมมีความมั่นใจเต็มที่ ร่างกายพร้อมชก อยากให้แฟนมวยช่วยติดตามเชียร์ผมเหมือนเดิม ผมพร้อมลุยชกให้สนุกดุเดือด เพื่อไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังครับ”.
- ช่องทางติดตาม >> ข่าวมวยวันนี้