“อวตาร พีเค.แสนชัย” ขุนพลศอกสั่ง วัย 31 ปี จากสระบุรี หวนกลับมากู้ศักดิ์ศรีของตัวเองอีกครั้ง หลังหายหน้าจากรายการไปนานเกือบปี โดยต้องวัดฝีมือกับ “เคนดู เออร์วิง” นักสู้ฟอร์มแกร่งหมัดคม วัย 24 ปี จากสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านไป 2 ไฟต์ยังแพ้ไม่เป็น ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในฐานะคู่เอกภาคอินเตอร์ของศึก ONE ลุมพินี 103 ซึ่งพร้อมมอบความสนุกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 4 เม.ย.นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.
ก่อนหน้านี้ “อวตาร” อยู่ในช่วงขาขึ้นเต็มกำลัง โดยเคยฝากผลงานอันยอดเยี่ยมในศึก ONE ลุมพินี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 ไฟต์ติดต่อกันได้มาแล้ว ทว่าช่วงหลังเจ้าตัวเกิดฟอร์มหลุดไปดื้อ ๆ โดยต้องพบกับความพ่ายแพ้ใน 2 ไฟต์ล่าสุดเมื่อต้องเจอกับคู่ชกอันตรายจากรัสเซียอย่าง “เคียมรัน นาบาติ” และ “อับดัลลา ดายาคีเอฟ” ตามลำดับ
ตอนนี้ “อวตาร” เจ้าของสถิติ 4-4 และคว้าโบนัส 350,000 บาท ไปได้ 2 ครั้ง ในศึก ONE ลุมพินี จึงมีความมุ่งมั่นเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาอีกครั้ง เพื่อรับมือกับนักสู้ฟอร์มแรงอย่าง “เคนดู” และพิสูจน์ให้แฟนมวยทุกคนได้เห็นว่า ตนยังมีความกระหายในการไล่ล่าชัยชนะเกินร้อย แม้จะไม่ได้โชว์ฝีมือบนสังเวียนมานานเกือบปี

“สองไฟต์หลังสุดผมแพ้ให้กับ เคียมรัน และ อับดัลลา ทั้งคู่เป็นมวยที่แข็งแรงและเก่งมาก ผมพยายามสู้แบบเต็มที่แล้วแต่ไล่ความเร็วของพวกเขาแทบไม่ทัน นอกจากนั้น ไฟต์ล่าสุดที่พบกับ อับดัลลา ผมตอบรับมาชกแบบกะทันหันด้วย ทำให้ร่างกายยังไม่ค่อยเต็มที่ครับ”
โดย “อวตาร” ยอมรับว่าหลังจากต้องแพ้รวดใน 2 ไฟต์ล่าสุด ทำให้กำลังใจถดถอยอยู่พอสมควร จนถึงขั้นแอบคิดเรื่องแขวนนวมอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ทนเสียงเรียกร้องภายในใจไม่ไหว จึงปลุกพลังผลักดันตัวเองให้กลับมาสู้ใหม่อีกครั้ง

“ช่วงที่หายไปนานเกือบปี ผมไม่ได้มีอาการบาดเจ็บอะไร เพียงแค่หยุดพักเพื่อประเมินสภาพร่างกายและจิตใจของตัวเองเท่านั้น และยังคงซ้อมเคลื่อนไหวร่างกายมาโดยตลอด ลึก ๆ ในใจ ผมยังต้องการกลับมาชกเพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าร่างกายผมยังไหวสำหรับการต่อสู้ในระดับสูงอยู่หรือเปล่า”
“ยอมรับว่ามีบางช่วงที่ผมเกือบตัดสินใจจะหันไปเป็นเทรนเนอร์เต็มตัวอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อผมได้รับข้อเสนอจากทางรายการ ผมใช้เวลาตัดสินใจอยู่หลายวันว่าจะกลับมาชกดีหรือไม่ สุดท้ายผมเลือกตอบตกลง ทำให้ได้โอกาสกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในไฟต์นี้ครับ”

อย่างไรก็ตาม การกลับมารอบนี้ “อวตาร” ต้องเจองานหนักพอตัว เมื่อคู่ชกของเขาอย่าง “เคนดู” เจ้าของส่วนสูง 182 ซม. แจ้งเกิดในรายการได้อย่างโดดเด่น ด้วยการเก็บชัยชนะ 2 ไฟต์ติดกัน พร้อมหยิบเงินโบนัส 350,000 บาท ติดมือไปได้หนึ่งครั้ง งานนี้ “อวตาร” จึงต้องงัดเอาอาวุธทุกกระบวนท่ามาหยุดความร้อนแรงของอีกฝ่ายให้ได้
“การเจอกับ เคนดู เป็นงานยาก เพราะเขามีรูปร่างสูงใหญ่กว่าผมพอสมควร จริง ๆ ผมยังเห็นฟอร์มของเขาไม่ค่อยชัดในการชก ONE ลุมพินี แต่มวยระดับนี้ประมาทกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเผลอพลาดก็หลับได้เหมือนกัน”
“ผมมองว่าตัวเองมีประสบการณ์ชกมวยเหนือกว่า เคนดู พอสมควร และมีอาวุธหนักกว่าด้วยเหมือนกัน เขาอาจมีสภาพร่างกายดีกว่า แต่หัวจิตหัวใจของผมไม่ยอมง่าย ๆ แน่ ต้องข่มขวัญเขาเอาไว้ก่อน ส่วนการร้างเวทีไปนานอาจส่งผลบ้าง ต้องขึ้นไปดูบนเวทีอีกครั้งครับ”
“ผมอยากกลับมาเก็บชัยชนะและคว้าเงินโบนัสให้ได้อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่งานง่าย แต่ไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าได้ขึ้นไปยืนบนเวที คงไม่มีใครกลัวใคร ถึงเวลาเผชิญหน้ากันก็ต้องใส่ให้เต็มที่ ถ้าผมไม่โจมตีเขาก่อน สุดท้ายก็จะเป็นฝ่ายโดนเล่นงานเอง ผมต้องลุยแลกกันไปเลย”
“ฝากแฟนมวยช่วยติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมด้วย ไฟต์นี้ผมกลับมาชกครั้งแรกในรอบปี จะทำผลงานให้เต็มที่สุดฝีมือแน่นอนครับ”.
- ช่องทางติดตาม >> ข่าวมวยวันนี้