ของดีมีอีกเพียบ “โรมัน” พร้อมปล่อยของหมดหน้าตัก จัดหนัก “ลินดอน” รั้งเข็มขัดมวยไทยครั้งแรก

ของดีมีอีกเพียบ “โรมัน” พร้อมปล่อยของหมดหน้าตัก จัดหนัก “ลินดอน” รั้งเข็มขัดมวยไทยครั้งแรก

ของดีมีอีกเพียบ “โรมัน” พร้อมปล่อยของหมดหน้าตัก จัดหนัก “ลินดอน” รั้งเข็มขัดมวยไทยครั้งแรก

“โรมัน เคร็กเคลีย” ยอดนักสู้เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เฮฟวีเวต (205-225 ป.) และมวยไทย รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ป.) จากยูเครน เตรียมระเบิดฟอร์มเทพ ในการป้องกันบัลลังก์มวยไทยครั้งแรก จาก “ลินดอน โนลส์” ผู้ท้าชิงดีกรีแชมป์โลก WBC มวยไทย รุ่นเฮฟวีเวต จากสหราชอาณาจักร ที่ได้ตั๋วด่วนขึ้นชิงบัลลังก์ตั้งแต่ไฟต์เปิดตัว ในศึก ONE Fight Night 30: โรมัน vs ลินดอน ซึ่งจะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ตรงกับช่วงเช้าเวลา 07:00 น. ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย.นี้

หากนึกถึงหนึ่งในสุดยอดนักชกคิกบ็อกซิ่งของโลก ชื่อของ “โรมัน เคร็กเคลีย” ย่อมอยู่ในลำดับต้น ๆ ของแฟนมวยทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย การันตีได้จากความสำเร็จมากมายตลอดเส้นทางอาชีพ โดยเขาได้รับโอกาสเข้ามาโชว์ฝีมือบนเวที ONE ในปี 2562 และเพียงแค่ไฟต์เปิดตัวในศึก ONE: Age Of Dragons “โรมัน” ก็สร้างความฮือฮาทันที ด้วยการเอาชนะทีเคโอ “ทาริก คาบีเบ็ซ” นักชกสุดแกร่งจากโมร็อกโก คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เฮฟวีเวต เส้นแรกในประวัติศาสตร์มาครองอย่างยิ่งใหญ่

จากนั้น “โรมัน” โชว์ความเก่งกาจรักษาเข็มขัดจากผู้ท้าชิงสุดอันตรายได้อีก 2 ครั้ง ก่อนจะเปิดรับความท้าทายครั้งใหญ่ ด้วยการขยับรุ่นขึ้นไปร่วมแข่งขัน ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฮฟวีเวต เมื่อปี 2565 และสามารถเอาชนะทีเคโอยก 2 “อิราจ อาซิซพอร์” นักชกชาวอิหร่าน ได้ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าเข็มขัดแชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฮฟวีเวต มาประดับบารมีเพิ่มอีก 1 เส้น

ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE Fight Night 17 เมื่อปี 2566 “โรมัน” โชว์ความสามารถรอบด้าน ด้วยการข้ามสายมาชกในกติกามวยไทยครั้งแรกใน ONE และสามารถเผด็จศึก “อเล็กซ์ โรเบิร์ตส์” ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ เจ้าของแชมป์โลก WBC มวยไทย รุ่นเฮฟวีเวต ไปได้อย่างเหนือชั้นด้วยเวลาเพียงแค่ 25 วินาทีของยกที่ 2 นั่งแท่นราชันมวยไทย รุ่นเฮฟวีเวต คนแรกในประวัติศาสตร์ของ ONE พร้อมกับครองสถานะ “ดับเบิลแชมป์” ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่นักกีฬาน้อยคนนักจะสามารถทำได้

“การก้าวขึ้นถึงจุดสูงสุดในการแข่งขันมวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาก เพราะแม้กีฬาทั้ง 2 ประเภทนี้จะได้รับความนิยมในบ้านเกิดของผม แต่กลับมีนักสู้ชาวยูเครนไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ และการได้เป็นตัวแทนของประเทศยูเครนลงแข่งใน ONE ซึ่งเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้นมีความหมายกับผมมาก”

ปัจจุบันแม้ “โรมัน” จะครองเข็มขัดแชมป์โลก ONE ถึง 2 รุ่น 2 กติกา พร้อมกับรักษาสถิติไร้พ่ายมายาวนานกว่า 7 ปี อีกทั้งยังโชว์ฟอร์มโหดใน ONE ด้วยการปิดเกมคู่ชกถึง 5 จาก 6 ไฟต์ ซึ่งส่งให้เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักชกเก่งกาจที่สุดเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์

อย่างไรก็ตาม เขากลับมองว่านั่นยังไม่ใช่ผลงานดีที่สุดของเขาและมั่นใจว่าการกลับมาขึ้นสังเวียนป้องกันแชมป์มวยไทยครั้งแรกนี้ จะสามารถโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“ผมยังไม่คิดว่าตัวเองมาถึงช่วงพีกแล้วหรอกนะ เพราะในช่วงระหว่างที่ผมไม่ได้ขึ้นสังเวียน ผมรู้สึกเติบโตและพัฒนาขึ้นมาก ผมมั่นใจว่ายังมีของดีให้โชว์อีกเยอะ”

“ผมจริงจังกับคู่ต่อสู้ทุกคนเสมอ ในทุก ๆ ไฟต์ผมจะเตรียมตัวราวกับว่าผมกำลังจะเผชิญหน้ากับไฟต์ที่ยากที่สุดในชีวิต มายด์เซ็ตแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยสักครั้ง เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ไฟต์นี้พิเศษมากจริง ๆ”

“การได้ครองเข็มขัดแชมป์โลก ONE 2 รุ่น 2 กติกา ไม่ได้ทำให้ผมเอื่อยเฉื่อยหรือชะล่าใจแต่อย่างใด ผมมีแรงกระตุ้นง่าย ๆ นั่นคือผมอยากให้แฟน ๆ ได้ชมการชกที่น่าตื่นเต้นและต้องจดจำไปอีกหลายปี”

จริงอยู่ที่การขยับน้ำหนักขึ้นลงระหว่างรุ่น แถมยังต้องสลับขึ้นชกทั้งในกติกาคิกบ็อกซิ่ง และมวยไทย จะเป็นปัญหาต่อนักสู้ส่วนใหญ่ แต่สำหรับ “โรมัน” แล้ว เจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด และพร้อมป้องกันเข็มขัดทั้ง 2 เส้นในอนาคต ที่สำคัญ เขายังคาดหวังว่าตนจะสามารถช่วยให้การแข่งขันในรุ่นเฮฟวีเวตกลับมาคึกคักและเป็นที่นิยมของแฟนมวยทั่วโลกอีกครั้ง

“ผมพร้อมสลับการแข่งขันไปมาระหว่างคิกบ็อกซิ่งและมวยไทยได้ไม่มีปัญหา ทั้งรุ่นไลต์เฮฟวีเวตและรุ่นเฮฟวีเวต เพราะน้ำหนักธรรมชาติของผมอยู่ในช่วงกลาง ๆ ระหว่าง 93 กก. ถึง 120 กก. ผมจึงรู้สึกแข็งแรงและพร้อมมากที่จะลงแข่งขันในทั้ง 2 รุ่นนี้”

Roman Kryklia vs Alex Roberts OFN17 (22)

“ปัจจุบันในทวีปเอเชีย ผู้คนส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับการแข่งขันในรุ่นที่น้ำหนักที่ต่ำกว่านี้ แต่ผมอยากดึงความสนใจกลับมาที่รุ่นเฮฟวีเวตอีกครั้ง เป้าหมายของผมคือการยกระดับคุณภาพความเร้าใจของการแข่งขันในทุก ๆ ไฟต์ และทำให้รุ่นนี้กลับมารู้สึกสนุกตื่นเต้นน่าติดตามอีกครั้ง”.